Home > Artist > พี่หมู คาไลฯ กีตาร์ฮีโร่ในดวงใจ กว่าชีวิตจะมายืนจุดนี้ได้ไม่หมูเลยนะ !

พี่หมู คาไลฯ กีตาร์ฮีโร่ในดวงใจ กว่าชีวิตจะมายืนจุดนี้ได้ไม่หมูเลยนะ !

///
Comments are Off

 บทสัมภาษณ์ พี่หมู คาไลโดสโคป หรือ ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์ กับเส้นทางดนตรี  กีตาร์ เทคนิคการเลือกใช้เอฟเฟ็ค และแนวคิดดีๆ สำหรับมือกีตาร์รุ่นใหม่

By Cowboy from hell

สำหรับมือกีตาร์แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนที่เราจะมาถึงจุดที่เล่นกีตาร์กันได้ถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีใครไม่มีครู ผู้ให้แรงบันดาลใจ หรือจะเรียกให้เข้ากับยุคสมัยนี้ก็คือ “ผู้เป็นไอด้อล” ในการเล่นกีตาร์ของเรา บทสนทนาต่อไปนี้ทีมงานเราอยากให้มือกีตาร์หรือผู้ที่รักในการเล่นกีตาร์เปิดใจให้กว้าง เพื่อรับแรงบันดาลใจนี้ หรือรับประสบการณ์ที่ดี จากการเสียสละเวลาอันมีค่าของพี่หมู คาไลโดสโคป มาแบ่งปันถ่ายทอดเรื่องราวให้ความรู้ และมอบประสปการณ์ที่ดีกับพวกเรา ทีมงานขอขอบพระคุณพี่หมู คาไลฯ ที่ให้เกียรติกับทีมงาน Guitar2day และท่านผู้อ่านทุกท่านที่พร้อมจะอ่านบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ตั้งแต่อักษรตัวแรกไปจนอักษรตัวสุดท้าย…เริ่มไปพร้อมๆ กันเลยครับ...

PART 1 : History of Moo Kaleidoscope
Guitar2Day : สวัสดีครับพี่หมู คาไลฯ..ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ใต้หลังบ้านของพี่หมู ขอบพระคุณที่ให้โอกาสพวกเราครับ..
หมู คาไลฯ :  “สวัสดีครับผมหมู คาไลโดสโคป ชื่อจริงก็ ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์ ยินดีมากๆ ครับ”


Moo1AGuitar2Day : ช่วงเริ่มบทสนทนาอยากรบกวนให้พี่หมู คาไลฯ เล่าที่มาที่ไปของการจับกีตาร์ครั้งแรกหน่อยครับ ย้อนไปไกลแค่ไหนก็ได้ครับ…

หมู คาไลฯ : “ชีวิตในการที่มาเป็นมือกีต้าร์นี่ผมเริ่มจากความไม่ตั้งใจ ก็คือช่วงเด็ก สมัยก่อนจะไม่ค่อยมีอะไรทำ กิจกรรมก็ไม่ค่อยมีนอกจากเตะบอล แล้วก็ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง เที่ยวงานวัด ทีนี้เหตุที่เกิดเพราะว่าผมเคยดูดนตรีที่เค้ามาแสดงที่โรงเรียน เมื่อก่อนเราก็ดูเฉยๆ แต่พอบังเอิญเราไปยืนอยู่ต่อหน้ามือกีต้าร์ ที่มันก็เบียดๆ กัน ไปไหนไม่ได้เราก็ต้องอยู่ตรงนั้น ผมก็เริ่มซึมซับว่ามันเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความสนใจรองจากนักร้อง ไม่เลวเลย ผมก็เริ่มสนใจ แต่ก็สนใจแค่เฉยๆ เพราะว่ามันเป็นเครื่องดนตรีที่หาง่าย เพื่อนฝูงแถวบ้านก็มีดีดกันให้เห็น…”

Guitar2Day : ตรงจุดไหนคือจุดเริ่มต้นของการจับกีตาร์ครับ? 
หมู คาไลฯ : “..ทีนี้เพื่อนฝูงแถวบ้าน ก็มีรุ่นพี่ เพื่อนฝูงอะไรก็อยู่แถวนั้น ปากซอยผมเวลาเดินเข้าออกจะมีอยู่กลุ่มนึงเป็นรุ่นพี่ ก็จะมีกีต้าร์อยู่ 3 ตัวเค้ามานั่งดีดกัน เราก็จะเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน พอเราไปที่โรงเรียนแล้วได้เห็นดนตรีที่เราไปยืนดูมือกีต้าร์มาเราก็เริ่มสนใจ ทีนี้ผ่านไปก็ดูเค้าไป นั่งคุยในกลุ่มเค้าไป มันก็เริ่มมีความสนิทชิดเชื้อ ก็เลยได้จับได้แตะ แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดนะว่าจะเป็นมือกีต้าร์เพราะว่าสมัยก่อนใครเล่นกีต้าร์มันเท่สุดๆ เลย…. แต่พอผมกลับบ้านไป สมัยนั้นพ่อก็เริ่มซื้อวิทยุมา ผมก็ไปเปิดแชแนลแรกที่เจอ อาจจะเป็นเพลงร็อคของ “คุณวิฑูร วทัญญู” ก็ได้ มันก็คือเพลงพวก Everybody has a friend, Rock Bottom ซึ่ง Rock Bottom ผมฟังครั้งแรกผมก็งงว่ามันคือเสียงอะไรในท่อนแยก…?  ผมก็ไม่นึกว่าวันหลังผมก็ได้รู้ว่ามันเป็นเสียงกีต้าร์ซึ่งเล่นได้รวดเร็วสละสลวย…… หลังจากนั้นผมอยู่บ้าน ตอนนั้นผมยังไม่มีกีต้าร์ ผมก็เลยเปิดลิ้นชัก เวลาทำการบ้านไปก็เปิดลิ้นชักทำท่าว่าตีกลองไป ไม่เลวเหมือนกันนะ ถ้าเราไม่มีกีต้าร์เราอาจจะตีกลองได้ แล้วเพื่อนๆ แถวบ้านพอเล่นกีต้าร์กันเป็น ก็เปิดหนังสือซ้อมๆ กัน ก็ไม่รู้สึกสนุกที่จะตีกลอง ตอนหลังก็เลยหันมาจับกีต้าร์บ้าง”

1406861106-dj33-o
วิฑูร วทัญญู – นักจัดรายการวิทยุในอดีต

Guitar2Day : ครับ..เล่าต่อเลยครับกำลังหนุก (555+)
หมู คาไลฯ : “…ทีนี้ผมก็ขี่รถไปอยู่แถวบ้าน บ้านผมอยู่แถวซอยวัดไผ่เงิน ขี่อยู่แถวนั้นหาเพื่อน มันจะไปถึงซอยอยู่ดี ผ่านวัดไผ่เงินไป บังเอิญก็ไปเจอเสียงดนตรีที่ลอยมาจากตึก เป็นเพลงที่ผมเคยฟังมาจากวิทยุ รายการเพลง Heavy เพลง Rock ตอนนั้นก็คือเพลง Rock Bottom ท่อนกลาง เค้าเล่นเพลงดีด้วยนะ เล่นด้วยกีต้าร์เลย จนกระทั่งผมมาเจอมือกีต้าร์คนนึง ซึ่งเดี๊่ยวนี้ปัจจุบันทุกคนก็ต้องรู้จัก “คุณโอฬาร พรหมใจ” ผมก็ทำความรู้จักกัน เค้าก็โอเคเลยนะ อุปนิสัยแบบว่าเราคุยกันแบบเพื่อน ผมก็อาศัยเวลาเป็นปีๆ เหมือนมาถามมาไถ่ว่ามันเล่นยังไง เค้าก็บอกคอยแนะนำ…”

Moo3
Guitar2Day : มีวงดนตรีวงแรกของตัวเองตอนไหนครับ ?
หมู คาไลฯ : “ก็หลังเหตุการณ์นี้ไง 555+ …จากนั้น ผมก็เลยมีวงตัวเอง (จำชื่อไม่ได้ละ 555+) และวงนี้ีวันนึงไปประกวดที่โรงหนังวงเวียนใหญ่ เค้าประกวดพวก String Combo กัน ก็จะมีคน 7-8 คน ผมมีกัน 4-5 คน โอ้โหยได้โซ้ยเพลง Rock Bottom ที่ผมได้รับการฝึกมาและก็ไปอยู่วงนี้มาเป็นปี..”

Guitar2Day : เริ่มเข้าสู่อาชีพนักดนตรีตอนไหนครับ ?
หมู คาไลฯ : “หลังจากวันนั้น…“พี่อภิพันธ์ วงศ์ยฤทธิ์” ซึ่งเป็นเจ้าของรายการ Marmalade Club เค้าก็เลยเรียกเข้ามา ว่าฝีมือยูโอเคนะเนี่ย มาเล่นแทนวงเก่าเค้าไหมของค่ายเค้าชื่อวง Marmalade ซึ่งตอนนั้นวงรุ่นพี่เค้าจะแยกย้านกันไปทำงาน  เค้าเล่นกันมานานแล้วผมได้ยินชื่อเค้าละ พอพี่เค้าบอกว่าตกลงใช้ชื่อ Marmalade ไปเลยละกันแทนชื่อวงเก่า ชื่อวงเก่าผมยังลืมเลยนะ พอได้ใช้ชื่อวงใหม่ผมก็ดีใจมากเลย แล้วช่วงนั้นผมก็ยังวิ่งไปมาหาสู่กับโอฬารตลอด เราก็ได้ฝึกฝีมือ… คือว่าถ้าเราอยู่กับคนเก่งเนี่ย ปีสองปีมันสามารถจะซึมซับอะไรที่มันถูกต้อง…”

Moo4
อภิพันธ์ วงศ์ยฤทธิ์ – เจ้าของรายการ Marmalade Club

Guitar2Day : เริ่มหาแรงบันดาลใจในการเล่นกีตาร์จากมือกีตาร์ที่เป็นศิลปินระดับโลกแล้วหรือยังครับหลังจากเริ่มเล่นอาชีพ ?
หมู คาไลฯ : “ตอนนั้นผมก็เริ่มมีงานกับวง Marmalade ไปเล่นเชียงใหม่.. ใต้, เหนือ, ออก, ตก สมัยก่อนรับค่าตัว 500 บาท ซึ่งไม่เลวเลย เพราะว่าเราก็ทำกันได้ดี สมัยก่อนเราจะเล่นของ Van Halen  Van Halen ยุคแรกๆ ที่ผมฟัง คันมากเลย จนเดียวนี้…แล้วผมก็ได้รับการฝึก… ความลับของ Eddie Van Halen ที่ผมเล่นได้สไตล์เค้า จริงๆ บางคนฟังแล้วอาจจะขำนะ.. แต่จริงๆ ผมนั่งรถผ่านศาลพระพรหมที่สี่แยกราชประสงค์  ตอนนั้นผมก็ฟัง Van Halen
แล้ว เดิมทีตอนแรกผมชอบ Michael Schenker จาก UFO ผมก็คลั่งอยู่ละ พอเจอ Van Halen นี่ไปกันใหญ่เลย กีต้าร์มันคืออะไร !!?….

Moo5ผมก็พอรถเมล์แล่นผ่านปุ้บ….ผมก็ยกมือขอในใจ….ขอให้ผมเล่นลูกนี้ที่ผมฟังมาใน You Really Got Me ท่อนขึ้น ขอให้เล่นให้ได้….ผมไม่ทราบจริงๆ มันเล่นยังไง พอคืนนั้นมันก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์คือผมได้เล่นกีต้าร์โปร่ง แตะๆ ไปมันไปโดนสิ่งที่แบบว่าเหมือนกับในเพลงที่ผมฟัง เฮ้ย… มันมีเสียง Harmonic มันมีนู้นมีนี่ มันควรจะเล่นแบบนี่ มันควรจะแทปนะ…. ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นทำไมมือถึงทำให้ผมไปสัมผัสได้จุดนั้นได้มา 2 จุด ผมก็ไม่รีรอ ผมก็เข้านอน รีบตื่นเช้าไปหาโอฬาร แล้วก็ไปบอกว่าเมื่อคืนได้อันนี้มา แล้วเราก็นั่งเอาตรงนี้ไปขยายความ โห…นั่งเล่นกีตาร์กันใหญ่ เรารู้แล้วว่าเราจะเล่นอะไรกัน…. ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลก ทุกวันนี้ผมผ่านสี่แยกราชประสงค์ผมเคารพมาก…ท่านพระพรหม  อันนี้เป็นอันดับต้นๆ ที่ผมเริ่มต้นชีวิตของวงนี้ คือวง Marmalade ก่อนเข้าวงการ….”

Guitar2Day : ผ่านช่วงแรกของการสัมภาษณ์ไปแล้ว..ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยนะครับ (ไม่คนอ่าน..อ่านถึงตรงนี้ยัง อิอิอิ!)  เอาหล่ะ..มาถึงเรื่องของกีตาร์กันบ้างดีกว่าครับ… หมู คาไลฯ : “สำหรับความเป็นมาเครื่องมือที่ผมใช้คือกีต้าร์เนี่ย สมัยอยู่วง Marmalade ผมจะเล่น”กีต้าร์มาลัย” คือไม่มีแรงสนับสนุนไง… ผมก็ได้ยินข่าวว่ามี “ลุงมาลัย” เค้าทำอยู่แถวบางพลัด เลยไปหาแกให้แกช่วยทำกีต้าร์ให้หน่อย ระหว่างที่รอแกผมก็เอากีต้าร์มาเล่น แกก็มายืนดูแกก็บอกโอเคแกชอบก็บอกโอเคเดี๋ยวทำให้ละกัน คิดทั้งตัวคิด 2,000 บาท มีตั้งแต่ทรงที่ผมไฝ่ฝันคือ Flying-V ก่อน แกก็ทำมาแล้วผมก็อยากได้ทรง Van Halen แกก็ทำแบบเนี้ยคล้ายๆ เป็นทรง Van Halen คือมี pick up เดียว แล้วแกก็ทำคันโยกให้ สมัยก่อนมันก็มีคันโยกประมาณ Fender แบบยังไม่มี Floyd Rose แต่มันก็พอใช้ได้คือสามารถจะเล่นได้…”

Moo8
Moo11

 

Moo7

 

 

Moo9Guitar2Day : หลังจากวง Marmalade แล้วจากนั้นได้ย้ายวงไปวงไหนต่อครับ…ได้ข่าวว่าอยู่หลายวงมาก (ฮ่า…!)
หมู คาไลฯ : 
“หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้มาอยู่วง “Baracudus” ผมก็ยังได้ใช้กีต้าร์ของลุงสมหมายในตอนเล่นคอนเสิร์ตแรกๆ ในการเล่นแบ็คอัพ สาว สาว สาว ทีนี้พี่เต๋อและคุณกริช ทอมัส หัวหน้าวงบอกว่าควรจะเปลี่ยนกีต้าร์ให้มันเสียงมาตรฐานนะ ผมก็เข้าใจนะ  ตอนที่ผมเล่นกับ Baracudus ก็เก็บเงินเก็บทองได้แล้วก็เริ่มซื้อกีต้าร์ตัวแรก กีต้าร์ตัวแรกที่ผมซื้อก็จะเป็น Fender Telecaster คล้ายของคุณ Steve Morse หัวเป็น Stratocaster บอดี้เป็น Telecaster แต่ตัวนั้นมันมีปัญหาว่าหนักมากๆ ผมก็เลยเล่นอยู่ซักพักนึงมันไม่ไหวจริงๆ มันหนัก เราก็เริ่มรู้ละว่ากีต้าร์เราควรจะเลือกน้ำหนักด้วยนะนอกจากเสียง ก็….เอากีต้าร์ขาย แล้วผมก็ไปซื้อ Gibson Standard Deluxe มาตัวนึงแล้วผมก็ใช้ตัวนั้นมา…คอนแท็คเล็กๆ เสียงดีนะแล้วก็สีเป็น Natural ก็คือเป็นลายไม้ธรรมดา…แล้วตอนหลังผมมาเริ่มทำงานห้องอัดเยอะๆ ทีนี้ Gibson มันเสียงมันอาจจะไม่ค่อยกว้างเรื่องการเล่นคอร์ดให้มันใสปุ๊งปิ๊งๆ ผมก็เอากีต้าร์ Gibson ตัวเนี้ย…. คือตอนนั้นผมเริ่มรู้จักคนในวงการเยอะอยู่เหมือนกัน ผมไปเจอพี่กอซึ่งเป็นมือกีต้าร์เก่าของวงคาไลฯ แกมี Fender ตัวที่ผมจับอยู่นี่ตัวนี้เลย (Fender 1975 Stratocaster) ตอนนั้นก็อยู่ในสภาพที่โอเค ไม่ได้เก่าขนาดนี้ ทำงานในห้องอัดเยอะแยะเลย

 

 

Moo16และในที่สุดผมก็ใช้กีต้าร์ตัวนี้มาตลอดจนกระทั่งมาเข้าวง Rockestra ทำอัลบั้มอยู่ 2 ชุด แล้วก็ใช้กีต้าร์ตัวนี้ทัวร์เหนือจรดใต้ ใช้กีต้าร์อยู่ตัวเดียวมาตลอด จนกระทั่งท้าย Rockestra คือออกจากวงเสร็จก็เริ่มมาทำงานห้องอัด และก็ไป Back Up คนนู้นคนนี้ เฮ้ย! เราก็มาดูว่าเค้าก็มีกีต้าร์สำรองกันนะ ……. ตั้งแต่นั้นผมก็เลยเริ่มหาซื้อกีต้าร์สำรอง หลังจากนั้นก็เก็บมาตลอด แล้วผมเก็บสะสม ผ่านกีต้าร์มา พอหาสำรองหนึ่งตัวก็เริ่มสองตัวสามตัวสี่ตัวห้าตัว…. จนเท่าที่ชีวิตผมผ่านกีต้าร์มาผ่านมือมาเรียกว่าเป็นร้อยตัว คือซื้อมา พอโมเสร็จมาเล่น Rock Pub ตอนนั้นผมอยู่ห้องอัดเสียงก็เริ่มมีกีต้าร์หลายตัว มี Steve Vai  มี Ibanez มีคนมาขอซื้อต่อไปวนเวียนกันอยู่อย่างเงี้ย จนกระทั่งผมได้มาเล่นวง Kaleidoscope ทำเทป, ซีดีทำอัลบั้ม ก็เริ่มมีกีต้าร์เจ๋งๆ เข้ามา เป็น Fender Richie Sambora มีอะไรต่ออะไรเข้ามา ตอนนั้นผมก็เริ่มเก็บละ รู้ค่าของมันละ…”

 



Moo15

Moo19Guitar2Day : ชีวิตการเป็นมือกีตาร์กับวงคาไลโดสโคปเป็นอย่างไรบ้าง ? ลองเล่าให้แฟนๆ ฟังหน่อยครับ…
หมู คาไลฯ :  
“ผมวนเวียนอยู่กับ Kaleidoscope เป็นสิบๆ ปีเลยนะ เคยเข้ามาอยู่แล้วก็ออกไปเลี้ยงลูก (หัวเราะ) แล้วก็เข้ามาใหม่ ตอนออกไปคือผมไปพักล่ะ… ฝึกกีต้าร์ พอผมมาเล่นกับ Kalei ก็เริ่มฝึกกีต้าร์เยอะ มันก็จะดีซ่านตาเหลือง ผมก็ต้องการการพักผ่อน ระหว่างพักผ่อนก็ไปเล่นกับวง Dynamic ของ “พี่อ้อง สุรสีห์ อิทธิกุล” คือเค้าไม่ได้เล่นทุกวัน นานๆ เล่นที อาทิตย์ละ 2-3 หน เราก็ได้ไปฝึกวิชาจากพี่อ้อง เสร็จแล้วมีอยู่วันนึงพี่อ้องเลิกวง บังเอิญ Kaleidoscope ก็ต้องการมือกีต้าร์ ผมก็กลับมาจนทุกวันนี้..”

 

 

Moo18

PART 2 : Moo Kaleidoscope’s Guitars

Moo21

Guitar2Day : ช่วยเล่าแนะนำกีตาร์ 3 ตัวโปรดของพี่หมู ที่ถือได้ว่า เป็นกีตาร์ 3 ตัวที่พอใจยกมาพรีเซ้นในวันนี้หน่อยครับ
หมู คาไลฯ : 
“นอกจากกีต้าร์ตัวนี้ ตัวนี้จริงๆ มันก็เหมือนแรงบันดาลใจของมือกีต้าร์ส่วนมากทั่วโลก ส่วนผมก็จะมาจากคุณ Richie Backmore หรือเวลาที่เราฟังจาก Deep Purple ทำไมเสียงมันถึง มันได้ใจ เดี๋ยวนี้ฟังก็ยังดีอยู่ มันก็คือ คอนแท็กแบบ Single Coin ผมก็จะเก็บตัวนี้…บังเอิญตัวนี้มันเป็นตัวแรกที่ทำให้ชีวิตผมดำเนินมาจนทุกวันนี้ได้…

Moo26
Moo25

แล้วก็ผมก็เคยทำ Flying V เลียนแบบมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ได้มีโอกาสได้มี เป็น Gibson Flying V รุ่น 120 ปี ก็ถือเป็นกีต้าร์ที่ฝันอยากจะได้จริงๆ ผมเคยลองมาหลายตัวก็ยังไม่ลงตัวนะ จนกระทั่งตัวนี้มันลอยมาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ไปลองเสียงแล้วรู้เลยว่าโดนมากๆ เลย คือกีต้าร์ทุกตัวเนี่ยถึงแม้จะรุ่นเดียวกัน เสียงมันก็ไม่เหมือนกัน เราจะรู้เลยว่าเสียงนี้เข้ามือ Touching เข้ามือ นี่ก็เป็นการสานฝันที่ชอบ Michael Schanker สำเร็จไป 1 ตัว..

Moo23

แล้วก็อีกตัวนึงก็คือ จริงๆ ผมก็จะทำกีต้าร์เลียนแบบของ Van Halen มาแล้ว 1 ตัว แต่ตัวนี้เป็นตัวที่ผมเรียกได้ว่าหาชิ้นส่วนจากมือตัวเองเลย คือประวัติของกีต้าร์ Franken Stein ของ Van Halen คือการเอาชิ้นโน้นยี่ห้อโน้น ชิ้นนี้ยี่ห้อนี้ มาผสมกัน ผมก็เลยใช้วิธีนั้น ถ้าซื้อมาเป็นตัวครบมันอาจจะไม่ค่อยมัน ไม่สนุก ชีวิตไม่ตื่นเต้น ผมก็เลยใช้วิธี… อ้ะ! ไปเจอบอดี้นี้มาใช้ได้ จริงๆ คอตัวนี้เป็นคอ Fender ผมก็จะทำกีต้าร์สไตล์ของไอด้อลผมคือ Van Halen ก็คือเป็นลักษณะคล้ายๆ อย่างเนี้ย แต่ผมก็มีอยู่อย่างนึงก็คือว่าเราจะไม่ก๊อปเค้า 100% ในสิ่งที่เราจะทำ ก็คือเค้ามีลาย เราก็ไม่มีลายก็ได้ ที่เหลือมันก็มีส่วนดี เห็นไหม Pickguard เหลือกระจิ๊ดๆ นึง คือเวลามันจะซ่อมอะไรมันก็เร็ว ไขน็อตออกตัว ปุ๊บๆๆ เปลี่ยนๆ เชื่อมๆ เสร็จละเรียบร้อย เคยทำมาหลายตัวละมันยังไม่สมบูรณ์…ตัวนี้มันเป็นทุกอย่างตามที่ผมคิด หาอุปกรณ์ไอ้โน่น….ไอ้นี่มาผสมปนเปแล้วมันออกมาได้เพอร์เฟ็ค มันก็ออกงานใหญ่มาแล้ว เสียงเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง..”

  
Moo33
Moo24

 

 

 

PART 2 : Moo Kaleidoscope’s Pedal Effect Board 

Moo39Guitar2Day : มากันที่เรื่องที่มือกีตาร์ทุกคนอยากรู้มากๆ เกี่ยวกับคลังเสียงของพี่หมู คือพวกเอฟเฟ็คต่างๆ รบกวนนำเสนอหน่อยครับ
หมู คาไลฯ : “สำหรับเรื่องเอฟเฟ็คเนี่ย ผมก็ผ่านเอฟเฟ็คมา 20-30 ปีละ ก็ลองผิดลองถูกอะไรกันมา ในที่สุดผมก็ตีกรอบตัวเองหล่ะว่าสไตล์ของเราเนี่ยควรจะใช้เอฟเฟ็คอะไรบ้าง เสียงเป็นแบบไหนในโทนไหน….ตัวแรกคือ PolyTune 2 มันเป็นมาตรฐานของสมัยนี้ที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว ความเที่ยงตรง ผมก็จะเลือกใช้พวกนี้บ้าง ส่วนเสียงแตกก็คือตอนแรกๆ ผมใช้ยี่ห้ออื่นนะ ต่อมามีคนมาติดต่ออยากให้ผมไปช่วยโปรโมทเอฟเฟ็คให้หน่อย ผมก็เลยบอก..เอางี้ก็แล้วกัน ทำเอฟเฟ็คใฟ้ผม ทำเสียงที่ผมพอใจได้ไหม? …..ในที่สุดบริษัท Shark ก็ทำให้ผมพอใจ จริงๆ ถ้าให้รวบรัดก็คือ เสียงต่อเสียงหนึ่งเราใช้เวลาทำเป็นปี ปีกว่า

…อย่างตัวแรกที่ทำกับ Shark นี่คือ หมูขาว (Shark Overdrive – Moo Kalei Signature) ทำสำหรับปิ๊กอัพ Single Coin โดยตรงเลย ผมก็เห็นมือกีตาร์หลายคนใช้ Single Coin ทำไมเสียงถึงดีจัง แต่พอเราไปซื้อเอฟเฟ็คฝรั่งมาใช้เสียงก็ยังไม่ได้…เราก็ทำของเราเองเลย… ส่วน หมูแดง เนี่ย  (Shark Distortion – Moo Kalei Signature) ผมให้ทาง Shark ทำเลียนแบบเสียงเอฟเฟ็ค ADA ซึ่งเป็น Distortion ที่ผมคิดว่าดีที่สุดแล้วนะตอนนั้น ทาง Shark ก็ทำออกมาได้โอเคเลยซึ่งตอนหลังผมก็จับเอาสองตัวนี้มารวมกันเป็นรุ่นพิเศษ เพื่อให้เรียกใช้ได้ง่ายก็คือรุ่น Shark Sual Drive Kalei เป็น Limited Edition  และตอนหลังนี่ก็จะมีรุ่นที่วัยรุ่นขึ้น เป็น Distortion สมัยใหม่จะออกหนักทางย่านเบส และเสียงกลางจะออกเป็นฝุ่นๆ หน่อย มันทำให้คนฟังรู้สึกมันส์แต่ไม่หนวกหู นั่นคือรุ่น หมูฟ้า  (Shark Stage Drive – Moo Kalei Signature) ประโยชน์ของรุ่นนี้อีกอย่างก็คือมันสามารถนำไปบูทได้อีกเพืิ่อให้ได้เสียงที่แบบว่าเต็มๆ (คลิ้กชมคลิปประกอบ)  และความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบที่เค้าทำให้ก็คือ  ซึ่งผมจะแคร์เรื่องความสะอาดของเสียง ผมจะให้เค้าจัดตรงนี้ให้ผมให้ได้ ซึ่งกว่าจะหาความถี่ได้ก็..ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน…

Moo34

Moo27

 

ทีนี้หมดเรื่องของ Distortion แล้วที่เหลือก็คือน้ำจิ้มพวก Chorus –  Delay เป็นสิ่งจำเป็น.. ผมจะเลือกเสียงเป็นหลัก ส่วนเรื่องราคาค่อยว่ากันทีหลัง…มาที่ Delay จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบ Analog  (MXR Carbon Copy – Analog Delay) มันรู้สึกว่า..เออ…มันดูนุ่มๆ พอบวกับ Chorus มันก็ไปกันได้ดี (Arion SCH-1 Stereo Chorus)อีกตัวนึงที่ผมคิดว่ามันจำเป็นสำหรับชีวิตนักดนตรี ถ้าเรามีไว้มันก็จะดีเลยก็คือ EQ (BOSS GE7-Equalizer) คือเมื่อก่อนที่ผมทำงานห้องอัดเนี่ย มันมีการบอกว่า..เฮ้ย..! มันต้อง ไอ้นี่อีกนิดมันจะได้นะ….เราควรจะทำไง? แล้วที่ตู้แอมป์มันมี เบส…ทุ้ม-กลาง-แหลม ซึ่งมันทำอะไรไม่ได้เยอะในหลายๆย่าน ซึ่งไอ้ตัวนี้มันทำให้สามารถขยับย่านนู้นนิด ขยับย่านนี้หน่อยทำให้ชดเชยสิ่งที่เราขาดไป หรือเราจะตัดมันออกได้ (คลิ้กชมคลิปประกอบ) เวลาเล่นสดเนี่ยมันสามารถช่วยเราได้เยอะเลยในการแก้ไขสถานะการณ์ต่างๆ ได้เแค่ก้มลงไปเอามือปรับๆ …Modulation พวกนี้ก็เป็นสไตล์ต่างๆ ของมือกีตาร์ที่ใช้นะ ส่วนตัวนี่ผมก็ชอบตัว Phaser มันให้ความรู้สึกเดือดพล่านดี (MXR EVH-90 Phaser)ส่วน  Tremolo เอาไว้เล่นลูกเล่นเฉยๆ  (BOSS – TR-2 Tremolo), (IBANEZAF2 Airplane Flanger ) ฮ่าๆๆ …ไม่มีอะไร คือมันเป็นอารมณ์ไง…!

 

ส่วนหัวแอมป์ที่ชอบตอนนี้ ที่ใช้ถ้าเป็นหัวหลอดจริงๆ เท่าที่เลือกมาเป็นปีๆ ก็วนนมาที่ไอด้อลผม Van Halen เค้าเป็นคนที่เล่นเสียงคลีนได้เพราะ และก็เล่นเสียงแตกได้เพราะ ผมมารู้ทีหลังว่าเค้ามาร่วมมือกับบริษัท Fender เดิมทีผมเป็นคนที่ชอบเล่นแอมป์ Fender เพราะว่าน้ำเสียงมันจะออกมาเพราะ คือจริงๆ เราเกิดมาจากตรงนั้นก็เลยอาจจะติดเสียงมา ผมก็เลยเลือกใช้หัวแอมป์ Van Halen (EVH- 5150 III Guitar Amp) ก็ใช้ประมาณ 50 วัตต์ พอแล้ว มันได้ 2 สไตล์ในหนึ่งหัวคือมันมีเสียงคลีนอย่างเดียวเป็น Fender และเสียงแตกมันให้เสีายงแบบยอดนิยมคือ Marshall มีความดุเดือดและก็กลมกลืนในการเล่นสด คือมันได้ผลอ่ะ…รู้สึกว่าคุ้มค่า…”


Moo38

MOO-EFFECT-SET_master

Guitar2Day : เต็มอิ่มกันไปสำหรับที่มาที่ไปของเรื่องกีตาร์และเอฟเฟ็ค ท้ายนี้พี่หมูช่วยให้แง่คิดแนวทางกับมือกีตาร์รุ่นใหม่ๆ หน่อยได้ไหมครับ?
หมู คาไลฯ : “เล่นกีตาร์มาได้ขนาดนี้เนี่ย..มีอยู่อย่างหนึ่งซึ่งคือ คุณต้องมีสไตล์…มีน้ำเสียงเป็นของตัวเองให้ได้ คือเราอาจจะไม่ได้แบบว่าเต็มหนี่ยวแบบฝรั่่งนะ แต่เราอย่างน้อยเล่นแล้วมีคนจำเราได้…มันทำให้เราอยู่ได้ยาว อย่างพี่เค้าเรียก…ลักจำ คนนู้น 2%… 5%…คนนี้ 20%…7%…แล้วแต่…เราก็นำมามิกซ์รวมตัวกันให้อยู่ในตัวเราบ่อยๆ นำเสนอบ่อยๆ ในแบบเนี้ย…คือเราไม่ต้องทำตามคนนู้นเป๊ะ คนนี้เป๊ะ ..ถ้าเราทำอย่างนั้นเราก็จะกลายเป็นเงา…เราไม่มีวันได้มายืนด้วยตัวของเราเอง… และการเล่นกีตาร์ที่ดีเนี่ยเราไม่ต้องเล่นเร็วอย่างที่มือกีตาร์หลายๆ คนคิดว่า…. “เฮ้ย…ผมไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้เร็วกว่านี้ไปได้อีกแล้ว…ผมคงหมดโอกาสเป็นนักกีตาร์ที่ดีได้แล้ว”  …มันไม่เกี่ยว !

…คือในโลกนี้มันมีมือกีตาร์อยู่หลายสไตล์ และมันก็มีแรงจูงใจแรงดึงดูดหลายอย่างมายเลย… อย่าง Eric Clapton,  John Mayer, Yngwie Malmsteen, Van Halen และ Paul Gilbert มันมีจุดยืนของตัวเองแล้วแต่คุณจะนำเสนอจุดยืนที่แน่นอน ในระยะเวลาที่สามารถที่จะให้คนจดจำคุณได้….นั่นแหล่ะ…คือความสำเร็จ..ลองดูกันนะครับ…”

Moo32

ทางทีมงาน Guitar2day
ขอขอบพระคุณพี่หมู คาไลโดสโคป เป็นอย่างมากครับ

สามารถติดตามพี่หมู คาไลฯ ได้ทาง facebook นี้
https://www.facebook.com/MooKaleidoscope

ผู้อ่านท่านไหนอ่านแล้วอยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆได้อ่านกัน
สามารถกดแชร์ที่เครื่องหมาย facebook ได้เลย หรืออยากให้คำติชมก็สามารถเขียนลงในช่อง comment ได้เลย ขอบคุณครับ.

คอมเม้นท์โดย facebook ด้านล่างนี้เลย

You may also like
เมื่ออัลบั้ม Nevermind ถูกปล่อยยุค 90s ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ตามกลิ่น Rock’n’Roll – มุดดินไปลุยงานนี้มาฝากแฟนๆสาย Underground กับ ANNALYNN : Deceiver / Believer Concert
Music Collection ขอ 20 คน พบ JOHN PETRUCCI ถ่ายรูปคู่แจกลายเซ็นรับ PICK จากมือของเฮียจอห์นด้วยตัวเอง!
NEWS-เฟนเดอร์ปล่อยแล้ว Jimi Hendrix Monterey Stratocaster ครบรอบ 50 ปี