Home > Special > Films > Oasis:Supersonic หนังสารคดีโคตรห่ามดูแค่รอบเดียวไม่น่าจะพอ !

Oasis:Supersonic หนังสารคดีโคตรห่ามดูแค่รอบเดียวไม่น่าจะพอ !

///
Comments are Off
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมอาจจะไม่ใช่แฟนเพลงตัวยงของวงๆนี้ แต่ในชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด ผมเองก็ฟังเพลงพวกเขามานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งตั้งใจฟังจริงๆหรือได้ยินตามสถานที่ต่างๆ มันเลยเป็นการกระตุ้นให้อยากดูหนังสารคดีเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งๆที่มันหนังฟอร์มใหญ่แห่งปีอย่าง dr.strange ล่อใจอยู่บนโปรแกรมหนังก็ตาม และเชื่อว่าคนที่เข้ามาดูในโรงด้วยกันนั้น ล้วนแต่เป็นคนที่ตั้งใจมาดูพวกเขาอย่างแท้จริง เพราะตัวหนังฉายจำกัดโรง และฉายวันละรอบเดียวเท่านั้น และไม่ใช่ทุกวันหรอกนะ ที่เราจะได้ฟังเพลง Oasis จากระบบเสียงโรงหนังแบบนี้
ช่วงก่อนเข้าตัวหนังน่าจะเป็นการฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เศร้าที่สุดครั้งนึงในชีวิต…

ตัวหนังเล่าเรื่องราวผ่านฟุตเทจเก่าๆ เล่าเพียง 3 ปีแรกของวงจากจุดเริ่มต้นสู่จุดสูงสุด ซึ่งเป็นเป็นฟุตเทจที่แฟนๆเพลง ถ่ายไว้หรือคนที่มีส่วนร่วมกับวงถ่ายเอาใว้ ตัวหนังจะพาเราไปทำความรู้จักกับสองพี่น้องสุดแสบจากเมืองแมนเชสเตอร์ คือเลียม และ โนล กัลลาเกอร์

 

แม็ตต์ ไวท์ครอสส์ ผู้กำกับถูกถามว่า ทำไมเลือกเล่าแค่ 3 ปีแรกของโอเอซิส เขาตอบว่า “เพราะว่ามันคือช่วงที่น่าสนใจที่สุดของวงดนตรีทุกวง แล้วหลังจากนั้นหากคุณรอด เส้นทางอาชีพคุณก็จะเดินไปแบบเดิมๆ และคุณก็จะกลายเป็นแค่วงดังอีกวงหนึ่ง ช่วงเวลาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทุกวงคือช่วงที่กำลังไต่เต้าสู่ชื่อเสียงต่างหาก โอเอซิสก็เช่นกัน”

 

7

หนังการเล่าเรื่องผ่านคำบอกเล่าของบุคคลในสำคัญในเหตุการณ์ ทั้ง เลียม โนล สมาชิกคนอื่นของวง และผู้ใกล้ชิดทั้ง แม่เพ้กกี้, โปรดิวเซอร์ และคนอื่นๆที่เกี่ยวกับวง โดยใช้เสียงของคนๆนั้นประกอบกับภาพนิ่งต่างๆที่บางครั้งเราไม่เคยเห็นมาก่อน คลิปวิดีโอฟุตเทจที่ไม่น่าจะเคยเผยแพร่ที่ไหน รวมไปถึงภาพกราฟฟิกที่ใช้เทคนิคพิเศษเล็กน้อย สร้างขึ้นมาร้อยเรียงกันไปเรื่อยๆ เป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้เราเข้าถึงตัวหนังได้ง่าย สอดแทรกมากับเพลงหลายๆเพลงที่ตัวหนังกำลังดำเนินเรื่อง ตัวหนังเริ่มต้นและพุ่งประเด็นหลักๆไปที่ปัญหาครอบครัว เราพึ่งรู้ว่าเลียมและโนลมีพี่ชายด้วย!

“เด็กหนุ่มจากบ้านเอื้ออาทร ที่มีปัญหาครอบครัว มีพ่อที่ทำร้ายแม่ และทำร้ายคนในบ้าน นั้นคือจุดเริ่มต้นของพวกเขา อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในตัวหนังเลยคือการเล่าถึงพรสวรรค์ทางด้านดนตรีของทั้งสองคน”

%e0%b8%a0
หนังเปิดเรื่องด้วยฉากจบก่อนที่จะตัดมาที่จุดเริ่มต้นของทั้งหมด ตั้งแต่พื้นฐานครอบครัว วงดนตรีกากๆชื่อ The Rain ที่ยังไม่มี โนล มาร่วมวงด้วยซ้ำ ไปจนถึงจุดสูงสุดและจุดสิ้นสุดของวง Oasis, เลียม มีความสามารถในการจดจำและร้องเพลงได้อย่างมีสไตล์ มันมีความสามารถในการอัดเพลงต่อเนื่องรวดเดียวแล้วผ่านเลย เพื่อที่จะรีบไปดูฟุตบอลต่อ!  เลียมบอกว่า อาชีพรองคือของเขาคือนักร้อง อาชีพหลักคือการเป็นร็อคสตาร์ ส่วนโนล เป็นเหมือนหัวใจหลักของวง เป็นทั้งคนเขียนเพลงและแต่งทำนองหลักๆของเพลงเกือบทุกเพลงของ Oasis ตัวหนังจะเล่าให้เห็นถึงความสามารถและพรสวรรค์อย่างชัดเจนของ โนล กัลลาเกอร์ 

“การเล่าเรื่องและการตัดต่อนี่เองที่ทำให้หนังสารคดีเรื่องนี้มีความสนุกและถ้าคุณเป็นแฟนเพลง Oasis ที่ร้องตามเพลงดังๆได้มันจะน่าตื่นเต้นเอามากๆ “

ก็คือตัวหนังจะพาเราไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา จากวงที่ประเดิมแสดงในชั้นใต้ดินของคลับบอร์ดวอล์ค เมื่อปี 1991 จนถึงวันที่พวกเขาผงาดขึ้นยืนเบื้องหน้าฝูงชน 250,000 คนที่เน็บเวิร์ธในอีกเพียงไม่กี่ปีต่อมา และได้รับการประทับตราเป็น “วงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอังกฤษนับจากเดอะบีเทิลส์”

2

แต่ก่อนจะไปถึงจุดๆนั้นพวกเขาก็มีปัญหาภายในวงกันตลอด ตั้งแต่โชว์แรกๆของวง แต่เรื่องราวปัญหาภายในวงนี้แหละที่เป็นประเด็นหลักๆที่พวกเราอยากรู้และตามไปดู ซึ่งทางผู้กำกับก็จัดการความอยากรู้อยากเห็นของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ช่วงประมาณปี 1994 – 1996 เริ่มกันตั้งแต่ยังเป็นวงโนเนมไร้ค่า นั่งรถตู้ หาเงินค่าเดินทาง ตะลอนเล่นคอนเสิร์ตกันตามงานที่ต่างๆอย่างไร้จุดหมาย จนมีโอกาสได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง หลังจากนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป

“ตัวเพลงของ Oasis อย่าง Champagne Supernova, Don’t look back in anger, Masterplan, Supersonic และอีกหลายๆเพลง ถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาพิเศษของหนังเรื่องนี้ได้อย่างทรงคุณค่า”

ในแต่ละเพลงถูกนำมาใช้เป็นเพลงส่วนหนึ่งของหนังได้อย่างลงตัว และหลายคนที่นั่งดูในโรงต้องร้องตามกันแบบไม่รู้ตัวกันบ้าง มันเหมือนเราหลุดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาจริงๆ มันสร้างความรู้สึกร่วมกับคนดูได้ดีมากๆ แม้ฟุเทจที่ถ่ายไว้นานมากๆ แต่ทำไมมันถึงได้ดูสดใหม่ได้ขนาดนี้ อาจเป็นเพราะมันไม่มีอะไรที่หนังเรื่องนี้ Fake ขึ้นมานั่นเอง

%e0%b8%96

ความสดของภาพจากฟุจเทจที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน มันมีเรื่องราวที่เราในฐานะนักเสพดนตรีร็อคมักสนใจติดตามชีวิตเบื้องหลังวงดนตรีดังๆอยู่แล้ว แต่นี่คือมันมีทุกอย่างที่เราต้องการเสพ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่ไม่สามารถออกสื่อได้ การตำหนิ ด่า นินทาลับหลังมีหมด! อย่างการพยายามไล่มือกลองคนแรกออกจากวง หรือวงเล่นล่มก็ยังมีให้เห็น สุดโต่งมาก! เรานั่งดูในโรงไปอุทานออกมาหลายรอบมาก  “เชี่ยย…มรึงไปเอาภาพแบบนี้มาได้ยังไง ขนาดโทรหาแม่มรึงยังถ่ายเก็บไว้เลยหรอวะ..” (ขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพออกสื่อนะ)  “ภาพความความห่ามทั้งหลาย การพูดถึงการใช้ยาเสพติด คำพูดดิบๆ หยาบๆ Sex Drugs & Rock’n’Roll มาเต็มแบบไร้การเซ็นเซอร์ นี่เป็นความสนุกของ Docomentary เรื่องนี้”   แต่สาระสำคัญของหนังเรื่องนี้เป็นการสื่อสารให้เรารู้เลยว่าวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่วงนี้มันเกิดจากชีวิตจริงของสองพี่น้องและวงดนตรีที่มีความดิบห่ามและเป็นตัวเองมากๆ คือเลียมกะโนลแมร่งทะเลาะทั้งเรื่องอ่ะ…ซึ่งตัวโนลเองก็พูดให้สัมภาษณ์ทำนองที่ว่า


“วงดนตรีวงนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธเกลียดและการอยากเอาชนะของคนสองคนในวง ทั้งหมดมันจึงได้พาไปถึงจุดพีคและจุดจบในที่สุด” โนล ให้สัมภาษณ์ไว้่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งมีและมีให้กันเยอะมากแต่ไม่เคยอยากจะพูดคือ “ความรัก” ของสองพี่น้องที่ทั้งคู่ไม่อยากจะสนใจมันด้วยซ้ำมันมี… 

cover

แต่มันจุดจบของวงที่โคตรประทับใจเลย เชื่อไหมว่าก่อนจะลุกขึ้นมาเขียนถึงเรื่องนี้ผมดูหนังเรื่องนี้จบไปสองรอบในโรงหนังที่ SF เดอะ คริสตัล รอบแรก และที่ SFเซ็นทรัล ลาดพร้าว รอบสองโดยปราศจากการสนับสนุนใดใดจากบริษัทเจ้าของหนังเรื่องนี้ในประเทศไทยเพราะมรึงไม่รู้จักกรูและกรูก็ไม่ได้รู้จักมรึง ฮาๆ ที่สำคัญไม่รู้บทความนี้ออกไปหนังจะยังมีฉายอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ใครพลาดก็ต้องบอกเลยว่าเสียดายแทนจริงๆ

และที่เสียดายอีกเรื่องคือประเทศนี้ไม่ได้มีโรงหนังที่ติสต์มากพอที่จะให้คนติสต์ในประเทศนี้ได้ยืนเท่าไหร่…โรงฉายน้อยมาก จึงค้นพบในโซเชี่ยลว่าคนต่างจังหวัดต้องซื้อตั๋วนั่งเครื่องบินมาดูหนังในกรุงเทพฯอ่ะคิดดู..!!

 

1

เอาเป็นว่าแฟน Oasis สมควรที่สุดที่จะต้องไปดูในบรรยากาศและระบบเสียงที่โรงหนังสร้างมาอย่างดีที่สุดเพื่อรองรับความบันเทิงถึงขีดสุดของคุณ เพราะพอเสียงกีตาร์โน๊ตแรกของ โนล กัลลาเกอร์ ลั่นทะลุลำโพงเซอร์ราวนด์ 7.1 ออกมา…
” เหยดดด..ไอ้สัส นี่มันยังกะกรูยืนอยู่ในคอนเสิร์ต Oasis จริงๆ เลย…ให้ตายเถอะ!! “

 

 

BY Snuffshutter
Credit : Documentary Club

คอมเม้นท์โดย facebook ด้านล่างนี้เลย