Home > Artist > #1 ล้วงลึกภรรยาคนแรกของ ”Stevie Ray Vaughan”

#1 ล้วงลึกภรรยาคนแรกของ ”Stevie Ray Vaughan”

///
Comments are Off

เมื่อหลายวันก่อนได้มีโอกาสนั่งฟังเพลงบลูส์ (Blues) ในผับบรรยากาศสบายๆ แห่งหนึ่งแถว Walking Street ย่านพัทยาใต้ เสียงกีตาร์และแซกโซโฟน รวมทั้งท่วงทำนองเพลงที่สนุกสนานเร้าใจจากวงดนตรีบลูส์วงหนึ่ง ทำให้ความตั้งใจที่จะไปผ่อนคลายด้วยการละเลียดเครื่องดื่มเบาๆ แกล้มดนตรีแนวอะคูสติก ต้องถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกพลุกพล่านของหลากหลายอารมณ์ ผสมปนเปกันไปตามเพลงที่ถูกนำมาบรรเลง อะดรีนาลินถูกสูบฉีดอย่างไร้ความปรานีจากเสียงกีตาร์ที่บาดใจ แว่บหนึ่งภายใต้ภวังค์นั้นก็หวนคำนึงถึงนักกีตาร์ผิวขาวจาก Texas ผู้ซึ่งคงความเป็นอมตะในสถานะนักดนตรีบลูส์ยอดเยี่ยมหนึ่งใน 79 คน ของ Blues Hall of Fame และได้รับความนับถือเป็นนักกีตาร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลคนหนึ่งในจำนวน 100 คน ซึ่งถูกจัดอันดับขึ้นโดยนิตยสาร Rolling Stone

 

ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมา 2 ทศวรรษ หลังการเสียชีวิตในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1990 ด้วยวัยเพียง 36 ปีก็ตาม Stevie Ray Vaughan (หรือ SRV) ยังเป็นที่กล่าวถึงและจดจำในวงการเพลงบลูส์ และเหล่าแฟนกีตาร์ Fender Stratocaster

“จนถึงทุกวันนี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการเป็นที่ยอมรับในความสามารถด้านดนตรีบลูส์โดยที่เป็นฝรั่งผิวขาวนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton, Johnny Winter หรือ Stevie Ray Vaughan”

เขาเหล่านั้นจะต้องรับรู้ได้ถึงความรู้สึกผิดหวัง เหนื่อยล้าต่อโอกาสทางสังคม ความกดดัน ความโกรธ ความหวังสำหรับชีวิตที่ดีขึ้น การสวดภาวนาขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า (ผู้เป็นที่พึ่งเดียวในยามคับขัน) อารมณ์ขัน ความสุขกับชีวิตแบบบ้านๆ สไตล์ชนบทที่เรียบง่าย การประชดประชันต่อสิ่งที่ได้รับจากสังคม ฯลฯ ซึ่งเป็นประสบการณ์จริงของชาวอเมริกันผิวดำที่ฝังรากลึกลงในประวัติศาสตร์อเมริกาตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 และยังคงร่องรอยให้ปรากฏในสังคมอย่างรางเลือนจวบจนปัจจุบัน

เฉกเช่นที่เกิดขึ้นกับตัวของนักดนตรีเอง และสามารถสาธยายอารมณ์เหล่านั้นให้ผู้ฟังได้สัมผัสผ่านเนื้อเพลง สำเนียงการร้อง โทนกีตาร์ เสียงผสมผสานของเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะ เบส, เครื่องเป่า, กลอง หากจะกล่าวว่าเทคนิคการเล่นกีตาร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสื่อสารความเป็นดนตรีบลูส์ ได้ก็คงไม่ผิดนัก.. เป็นที่น่าสังเกตว่าผับที่เปิดเพลงหรือมีวงดนตรีเล่นสดในแนวบลูส์นั้นมักจะมีกลิ่นอายของความเป็นผู้ชายแบบหนาแน่นทีเดียว (ไม่ได้ Chauvinistic นะครับ!) ควันบุหรี่ ชุดลำลองสบายๆ ไร้ระเบียบ แก้ววิสกี้ กระป๋องเบียร์ การกระดิกเท้าเข้าจังหวะ อะไรประเภทนี้ เมื่อผนวกกับทำนอง Twelve-Bar Blues Chord และเสียงกีตาร์ที่กรีดร้องด้วยโทนแหบแห้งแหลมสูง แฟนสาวที่นั่งใกล้ๆ ก็จะถูกปล่อยให้อยู่เดียวดายและเริ่มหน้าหงิกหน้างอ 🙁

เช่นเดียวกับนักกีตาร์บลูส์ผิวขาวคนอื่นๆ SRV พัฒนาเทคนิคการเล่นกีตาร์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนักกีตาร์ผิวสี อาทิเช่น Albert King, Jimi Hendrix, Buddy Guy ความโดดเด่นที่เป็น trademark คือสำเนียงกีตาร์ที่มีความหนาและ punchy ของเสียง ซึ่งที่มาก็คือ การเลือกใช้สายกีตาร์ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.013” (สาย 1) – 0.058” (สาย 6) บางครั้งก็โคตรใหญ่ถึง 0.018” – 0.074”!! (ขนาดปกติแค่ 0.009”-0.042” เอง) สายกีตาร์ที่หนานี้เมื่อถูกนำมาเล่นในโหมดคลีน กลับให้เสียงที่ออกทุ้มนิดๆ แต่คงความโปร่งใสตามแบบฉบับ Single Coil pick-up ได้ดีอย่างมีเสน่ห์ หากได้ฟังเพลงLennyซึ่ง SRV แต่งให้กับLenoraภรรยาของเขา แถมยังใช้ Strat ที่มีชื่อตั้งว่า Lenny เล่นเสียอีก ก็จะได้ jazzy flavor เป็น topping ปนมาด้วย..

ความหนาของเสียงกีตาร์นี้เมื่อถูกขับออกในโหมด distortion ยังจะให้ความ crunchy ที่เหนียวหนึบหนับกว่ากีตาร์ Single Coil pick-up ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อถูก snapping สายอย่างเมามันผ่าน Fender Vibroverb แอมป์ตัวโปรดของ SRV นอกจากนั้น การคลุกเคล้า vibrato นิดๆ reverb หน่อยๆ ก็ยังทำให้สำเนียงกีตาร์ของ SRV มีความ unique ขึ้นอีกด้วย.. Texas Flood, Couldn’t Stand The Weather, Pride And Joy น่าจะเป็นเพลงที่บอกทุกๆอย่างเกี่ยวกับสำเนียงกีตาร์ของ SRV ได้  ในจำนวนหลากหลายกีตาร์ที่มีในครอบครอง SRV โปรดปราน Fender Stratocaster (Strat) มากและหนึ่งใน Strat อีกหลายตัว (เช่นกัน) ที่เป็น icon ของ SRV ก็คือ

“Number One (#1) ซึ่งได้มาจากร้านขายเครื่องดนตรีใน Austin, Texas เมื่อปี 1973 ขณะร่วมเล่นอยู่กับวงร็อกท้องถิ่น

จากนั้นเป็นต้นมา SRV กับ #1 ได้ร่วมตระเวนเล่นดนตรีบลูส์ด้วยกันเรื่อยมา ตั้งแต่เข้าร่วมเป็นสมาชิกวง Paul Ray & The Cobras (1974-1977) จนมาถึงวงของตัวเองคือ Double Trouble (1977-1990) และด้วยความสัมพันธ์อันแนบแน่น #1 จึงได้รับอีกฉายาหนึ่งว่าภรรยาคนแรก (‘First Wife’)” [มีต่อ]
(ติดตามอ่านต่อได้ในตอนที่ 2 นะครับ คลิกที่นี่)
เขียนโดย Hiro
Credit : ROKZ MAGAZINE
—สนับสนุนโดยร้านมิวสิค เซ็นเตอร์ ชั้น 3 ฟอร์จูนทาวน์”—

 

คอมเม้นท์โดย facebook ด้านล่างนี้เลย

You may also like
เมื่ออัลบั้ม Nevermind ถูกปล่อยยุค 90s ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ตามกลิ่น Rock’n’Roll – มุดดินไปลุยงานนี้มาฝากแฟนๆสาย Underground กับ ANNALYNN : Deceiver / Believer Concert
Music Collection ขอ 20 คน พบ JOHN PETRUCCI ถ่ายรูปคู่แจกลายเซ็นรับ PICK จากมือของเฮียจอห์นด้วยตัวเอง!
NEWS-เฟนเดอร์ปล่อยแล้ว Jimi Hendrix Monterey Stratocaster ครบรอบ 50 ปี